จัดระบบลงทะเบียนงาน Event ให้ตรงใจแต่ละ GEN

จัดระบบลงทะเบียนงาน Event ให้ตรงใจแต่ละ GEN

เพราะในโลกนี้ไม่มีคนแค่เพียงเจนเดียว ซึ่งหลายปีนี้มานี้มักมีการได้ยินคนพูดเรื่อง Generation มากขึ้น ซึ่ง Generation ก็คือยุคสมัยของกลุ่มคนตามช่วงอายุ หรือหากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ รุ่นของคนแต่ละรุ่นที่เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ จากประชากรคนทั้งโลก ซึ่งแต่ละ Generation จะมีความแตกต่างกันในด้านพฤติกรรม สังคม การใช้ชีวิต ความคิดต่าง ๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักการตลาดได้ให้ความสนใจในการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของแต่ละ Generation อยู่ตลอดเวลา

เนื่องจากพฤติกรรมต่าง ๆ ส่งผลต่อการบริโภคอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการทำความเข้าใจต่อลักษณะพฤติกรรมของคนใน Generation ต่างจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ ในโลกของธุรกิจไมซ์ (MICE) ก็เช่นกัน ผู้จัดงานและออแกไนซ์ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้ของคนใน Generation นั้น ๆ เพราะจะช่วยให้สามารถเลือกใช้สื่อได้ตรงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ

อย่างงานอีเว้นท์ที่จะต้องมีการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานนั้น บางคนอาจะมองว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ เพราะผู้จัดงานจะต้องคำนึงเรื่อง Generation ของผู้มาร่วมงานด้วย หากจัดการวิธีลงทะเบียนไม่เหมาะสมกับ Gen ของผู้ร่วมงาน อาจทำให้ผู้ร่วมงานมีจำนวนน้อยลงได้ ดังนั้นเราจะมาแนะนำการจัดระบบลงทะเบียนงาน Event ให้ตรงใจแต่ละ GEN กัน โดยตามหลักสากลที่นิยมใช้จะสามารถแบ่งออกเป็น 4 Generation ดังนี้

Boomers หรือ Baby Boomers

Gen นี้จะมีอายุประมาณ 52 ถึง 70 ปี เกิดในช่วงปี 1946 ถึง 1964 หลายคนอาจจะคิดว่า Boomers ไม่ก้าวทันเทคโนโลยีหรอก ซึ่งบอกได้เลยว่าคิด เพราะ Boomers ปัจจุบันมีความกระตือรือร้นต่อเทคโนโลยีเป็นอย่างมากแถมยังชอบหาข้อมูลจากช่องทางออนไลน์อีกต่างหาก

ดังนั้นช่องทางการโปรโมทอีเว้นท์ที่น่าสนใจใน Gen นี้อย่างแรกเลยคือ Search Engine รองลงมาคือโทรทัศน์ และข้อความโฆษณาต้องมีขนาดใหญ่ ชัดเจน ไม่ซับซ้อน แต่คำโฆษณาของอีเว้นท์ต้องเป็นคำไม่เวอร์จนเกินจริง

ลักษณะนิสัยของคนกลุ่มนี้ Baby Boomers จะให้คุณค่ากับสินค้าเชิงอนุรักษ์นิยม สิ่งแวดล้อม สังคม ดังนั้น Gen B จะแฮปปี้และประทับใจมากถ้าเกิดได้มีส่วนร่วมในการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในงานอีเว้นท์ เช่น ใช้การสแกน QR code เพื่ออ่านข้อมูลของงานแทนการเห็นใบปลิวของงานทิ้งเกลื่อนอยู่ในห้องน้ำ

Generation X

Gen นี้ อายุประมาณ 34-49 ปี เกิดระหว่างปีค.ศ. 1965 – 1984 เป็น Gen ที่อยู่ในช่วงของวัยทำงาน ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาด้านอื่น ๆ มักใช้จ่ายไปกับสิ่งของประจำวันมากกว่าความฟุ่มเฟือย Gen นี้จะเป็น Gen ที่มีอำนาจซื้อสูงมากในไม่กี่ปีข้างหน้าเพราะภาระการใช้จ่ายต่าง ๆ จะหมดลง

การจัดอีเว้นท์ให้โดนใจ Gen นี้จะต้องมีช่องทางการโปรโมทที่หลากหลาย เพราะ Gen นี้จะชอบการศึกษาข้อมูลสินค้ามาก่อน จึงมีความรู้เกี่ยวกับตัวสินค้ามากพอสมควรอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ Gen X ถามหาจึงมักเป็นความใส่ใจทางด้านการบริการ งานอีเว้นท์ที่ใส่ใจด้านนี้ เช่น การแนะนำ การเชิญเป็นลูกค้าพิเศษก่อนใคร เวลาเข้างานต้องการความรวดเร็วสะดวกสบายเป็นที่สุด ยิ่งการเช็คอินโดยสแกน QR Code เข้างานได้ใน 5 วินาทีได้ใจคน Gen X มานักต่อนักแล้ว

Millennials หรือ Gen Y

Gen Y อายุประมาณ 18-34 ปี เกิดในช่วง 1981-1997 เป็น Gen ที่เป็นผู้บริโภคมากที่สุดในขณะนี้ จึงไม่แปลกที่ Gen Y จะกลายเป็นเป้าหมายหลักของตลาด

Gen Y จะมีความคิดกว้างไกลและเป็นตัวของตัวเอง เนื่องจากอยู่ในยุคกระแสโลกาภิวัตน์ ก่อนจะซื้อสินค้าสักอย่างจะต้องศึกษาข้อมูลเป็นอย่างหนัก ปรึกษาผู้รู้จนมั่นใจก่อนซื้อ ชอบการหาข้อมูลจากการอ่านรีวิว เชื่อความรู้สึกของผู้ที่ใช้สินค้าตัวนั้นจริง ๆ ดังนั้นช่องทางที่ดีที่สุดของการโปรโมทอีเว้นท์ให้คนกลุ่มนี้คือ Social Media และการใช้ Influencer เช่น Blogger Instagram ซึ่งผมคิดว่า หากอีเว้นท์ของคุณโปรโมทหรือเชิญ Blogger ที่มีชื่อเสียงทางด้านนั้น ๆ มาอีเว้นท์ของคุณก็จะยิ่งโดนใจคน Gen Y เต็ม ๆ

ในเรื่องของการเช็คอินเข้างานอีเว้นท์นั้น Gen Y ด้วยความที่เวลาทั้งหมดหายไปกับการทำงาน ดังนั้น Gen Y จึงมีพฤติกรรมชอบวางแผน ใช้เวลาในการคิดก่อนที่จะไปงานสักงานหนึ่ง ดังนั้นลงทะเบียนล่วงหน้าจะสามารถตอบโจทย์กลุ่ม Gen นี้ได้เป็นอย่างดี พวกเขาจะทำเช็ควันที่เหมาะสม เพื่อจะได้ทำการลงทะเบียนจองวันที่ว่างผ่านลิ้งค์ตามช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ไว้ก่อนนั่นเอง

Generation Z

คนกลุ่มรุ่นหลังสุดที่เกิดในปี 1995 ลงไป เกิดมาพร้อมกับความสะดวกสบาย เรียนรู้สิ่งใหม่เร็ว แตกต่างจาก Gen Y ตรงที่มีความผลักดันน้อยกว่าเนื่องจากเกิดไม่ทันภาวะเศรษฐกิจโลก การจัดอีเว้นท์ที่มีสไตล์ มีเอกลักษณ์จึงน่าจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากคนกลุ่มนี้ เพราะ Gen Z ให้ความเป็นอิสระเป็นอันดับ 1 และไม่สนใจเรื่องความมั่งคั่งสักเท่าไหร่

วิธีการทำการตลาดถึงคนกลุ่มนี้จึงต้องสร้างประสบการณ์กับสินค้าให้กับผู้ใช้ ให้ผู้ใช้ได้เข้าถึงสินค้า มีการโต้ตอบสื่อสารจากแบรนด์โดยตรงและรวดเร็ว เป็นอีเว้นท์ที่ให้ความรู้สึกว่าตนใกล้ชิดและเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์

Gen Z จะเป็นกลุ่มที่ติดเทคโนโลยีและชื่นชอบการใช้ Social Media มาก ๆ โดยคนกลุ่มนี้ใช้ Snapchat หรือ Line สำหรับในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนสนิท ในขณะที่ Instagram สำหรับสื่อสารกับคนรอบตัวที่กว้างออกไป และใช้ Facebook เครื่องมือในการค้นหาข้อมูลหรือข่าวสารทั่วไป ในเรื่องของการเช็คอินเข้างานกลุ่ม Gen Z จะชอบลงทะเบียนด้วยตัวเองผ่านตู้คีออส ชอบการใช้เทคโนโลยีที่ดูล้ำทันสมัยและที่สำคัญต้องรวดเร็วกว่าการลงทะเบียนแบบธรรมดาทั่วไปนั่นเอง

แหล่งที่มา : www.eventpassinsight.co

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *