เหตุผลผิด ๆ ที่คิดจะไม่ออกงาน Event

เหตุผลผิด ๆ ที่คิดจะไม่ออกงาน Event

มักจะมีเหตุผลมากมายที่เรานั้นจะนำสินค้าและบริการต่าง ๆ ของเราไปร่วมออกงานอีเว้นท์ และก็มีเหตุผลอีกมากมายเช่นกันที่คิดว่าการออกงานอีเว้นท์นั้นไม่สำคัญ ซึ่งเหตุผลต่าง ๆ เหล่านั้นอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะฉะนั้นเราจะไปดูเหตุผลผิด ๆ ที่คิดจะไม่ออกงานอีเว้นท์กันว่ามีอะไรบ้าง

ใคร ๆ ก็รู้จักเราหมดแล้ว

บางครั้งก็ดูเหมือนเป็นอย่างนั้น ที่สินค้าของเราดังหรือเป็นที่สนใจจนไม่ต้องแนะนำตัวเองให้เป็นที่รู้จัก แต่การเป็นที่รู้จักนั้นเป็นสิ่งที่ต้องคอยบำรุงรักษาไว้เสมอ เพราะมักจะมีกลุ่มคนหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในวงการที่จะไม่รู้จักหรือเคยได้ยินชื่อสินค้าเราอยู่เสมอ ๆ แต่ถ้าเราดังจนเป็นที่รู้จักไปทั่วแล้วจริง ๆ ให้เปลี่ยนเป้าหมายจากการทำให้ผู้คนรู้จักเป็นการสร้างกลุ่มลูกค้าเพิ่มโดยการออกงานอีเว้นท์จะดีกว่า

ลูกค้ารักเรา

ลูกค้าที่รักเรามักจะพูดอย่างนั้น แต่สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้รักเรานั้นจะพูดคำนี้กับแบรนด์สินค้าอื่น และแบรนด์สินค้าอื่นนั้นอาจจะเป็นคู่แข่งของเราภายในงานก็ได้ ดังนั้นเมื่อเวลาลูกค้ามีปัญหากับสินค้าของเรา เราก็จะสามารถจัดการกับปัญหาในงานอีเว้นท์ได้ โดยสอบถามปัญหาหรือความคิดเห็นของลูกค้า ซึ่งถ้าเรารับฟังและทำตามอย่างที่ลูกค้าบอกล่ะก็ ลูกค้าก็จะรักเราไปเรื่อย ๆ

เรามีลูกค้าเพียงพอแล้ว

บองแบรนด์นั้นอาจจะเคยพูดว่าพวกเขามีลูกค้าเยอะแล้วไม่ต้องหาเพิ่มหรอก แต่ที่จริงแล้วนั้นไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดกาล มักจะมีการเปลี่ยนทิศทางในกลุ่มลูกค้าหรือกำลังขายของเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบราคาหรือวิธีการอื่น ๆ ของคู่แข่งของเราที่พยายามจะดึงลูกค้าไปจากเรา เพราะฉะนั้นจึงต้องออกงานอีเว้นท์เพื่อที่จะได้ดึงกลุ่มลูกค้าเก่าไว้ และเพิ่มลูกค้าใหม่ไปในตัวด้วย

เรารู้อยู่แล้วว่าธุรกิจจะไปทางไหน

ด้วยการแข่งขันกันมากขึ้นในเศรษฐกิจโลก ทำให้ความเร็วของนวัตกรรมสินค้าใหม่ในระยะ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมาก ไม่มีที่ไหนจะรู้สึกถึงทิศทางของกระแสทางธุรกิจได้ดีไปกว่างานอีเว้นท์ โดยเฉพาะบูธของเรา ที่ซึ่งกลุ่มผู้มาร่วมงานพากันเข้ามาถามหรือดูว่าสินค้ารุ่นล่าสุดของเรานั้นเป็นยังไงเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นที่เขาดูในงาน

คู่แข่งเทียบเราไม่ได้

ถ้าเราคิดว่าคู่แข่งนั้นเทียบกับเราไม่ได้จริงแล้วล่ะก็ เราควรที่จะแสดงให้กกลุ่มเป้าหมายในงานอีเว้นท์ ว่าแบรนด์ของเรานั้นเป็นเบอร์อันดับ 1 ของลูกค้า เราอยู่เหนือกว่าทุกแบรนด์ เพราะถ้าเรานั้นเป็นเบอร์ 1 จริงแต่ไม่ได้ไปร่วมงาน ลูกค้านั้นก็จะเปรียบเทียบแค่แบรนด์ที่ร่วมงานเท่านั้นโดยไม่คิดถึงแบรนด์ของเราเลย

ไม่มีใครซื้อสินค้าเราตอนนี้หรอก

ไม่กี่ปีที่ผ่านมามีธุรกิจบางประเภทชะลอตัวลงอย่างมาก เพราะผู้ซื้อมีจำนวนลดลงไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผู้ซื้อเลย ผู้ซื้อมีอยู่ให้เห็นเสมอ ดังนั้นถ้าเราไปออกงานอีเว้นท์เราก็จะเจอผู้ซื้อเหล่านั้นเข้ามาสินค้าและซื้อสินค้าของเรา

เรายังไม่มีสินค้าใหม่

เมื่อวงจรอายุของสินค้ามากขึ้น บริษัทก็จะเลือกเวลาที่เหมาะสมในการออกสินค้าใหม่ที่จะแสดงในงาน แต่เดี๋ยวนี้สินค้ามีวงจรอายุที่สั้นลงและมีข้อมูลสินค้าใหม่จากอินเตอร์เพียบ ทำให้นักการตลาดไม่อยากรอที่จะออกสินค้าใหม่  แต่อย่างไรก็ตามงานอีเว้นท์ก็ยังได้รับคุณค่ามหาศาลจากกลุ่มลูกค้าอยู่ดี ถึงเรานั้นยังไม่มีสินค้าใหม่ก็ไม่เป็นไร เพราะสำหรับงานอีเว้นท์ส่วนใหญ่นั้นสินค้าที่ออกตัวมาแล้วในระยะ 1 – 2 ปียังถือว่าเป็นสินค้าใหม่ก็ผู้ร่วมงาน

มี Leads หรือว่าที่ลูกค้าที่เพียงพอแล้ว

อันนี้นั้นจะคล้ายกับข้อแรกตรงที่ใคร ๆ ก็รู้จักกันเราหมด ถ้าเรานั้นมี leads ที่เพียงพอแล้วนั้นก็เปลี่ยนให้มากกว่าการสร้าง leads โดยใช้ประโยชน์จากงานอีเว้นท์ให้ที่เป็นจุดศูนย์กลางการพบปะในตลาดผู้ซื้อของเรา ซึ่งทำให้เราสามารถประหยัดเวลาโดยการพบกลับบุคคลสำคัญในที่ ๆ เดียว

 

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *