จัดงานอีเว้นท์อย่างไร ให้คนรุ่นใหม่อยากเข้าร่วม

จัดงานอีเว้นท์อย่างไร ให้คนรุ่นใหม่อยากเข้าร่วม

งานอีเว้นท์ในปัจจุบันนั้น ถึงแม้จะโดนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้การจัดงานอีเว้นท์นั้นจะต้องงดจัดไป แต่งานอีเว้นท์ก็เป็นหนึ่งในงานที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ หรือกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่เหล่าออแกไนเซอร์ต้องการอย่างมาก เพราะคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันนั้นหากชอบหรือถูกใจกับสิ่งไหน พวกเขามักจะบอกต่อหรือรีวิวผ่านโซเชียลของพวกเขา และสามารถทำให้ผู้คนรู้จักงานอีเว้นท์ของเรามากยิ่งขึ้น

แต่ใช่ว่าพวกเขาจะสนใจงานอีเว้นท์ทุกงาน หากงานไหนที่ดูไม่น่าสนใจหรือไม่อยากเข้าร่วมพวกเขาก็จะมองผ่านไป ดังนั้นหากอยากจัดงานอีเว้นท์ที่น่าสนใจ และทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกอย่างเข้าร่วมนั้น มีสิ่งที่เหล่าออแกไนเซอร์จะต้องรู้ ซึ่งมีดังต่อไปนี้

Brand

อย่างแรกก็คือ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นคอนเซ็ปต์ ดีไซน์ โลโก้ เว็บไซต์ และสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็ถือว่ามีส่วนทั้งหมด เพราะถ้ารูปแบบและสไตล์ของแบรนด์ยังเก่าและไม่ทันสมัย ก็อาจจะเป็นการยากที่จะดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นเหล่านั้นเข้าร่วมงานอีเว้นท์

Tone

เปลี่ยนสไตล์การสื่อสารให้ไม่เป็นทางการจนเกินไป เหล่าคนรุ่นใหม่มักจะคุ้นเคยกับการสื่อสารแบบเป็นกันเอง ไม่ต้องซีเรียสมากนัก ถ้าคำเชิญชวนหรือคอนเทนต์ของงานมีการใช้คำและประโยคที่น่าเบื่อ เรียบง่ายหรือไม่น่าดึงดูด ก็เตรียมพร้อมรับมือกับความเคว้างคว้างในงานได้เลย

Emoji

หลังจากเปลี่ยนสไตล์การสื่อสารแล้ว ลองลงดีเทลลึกไปกว่านั้นโดยการใส่พวก Emoji ไว้ในโพสต์ของโซเชียลมีเดียต่างๆ อาจจะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระหรืออาจจะดูไม่โปร แต่อยากให้จำไว้ว่า 78% ของผู้หญิงที่ใช้โซเชียลมีเดียมักจะใช้ Emoji เวลาพิมพ์ข้อความต่าง ๆ เสมอ แถมช่วงอายุยังอยู่ที่ 25-29 ปีด้วยนะ

Lingo

อีกเรื่องที่จะต้องระวังคือการใช้ภาษา การใช้ศัพท์วัยรุ่นก็เป็นเรื่องดีที่อาจจะเข้าถึงคนกลุ่มนั้นได้ง่ายขึ้น แต่อีกมุมนึงก็ต้องระวังอย่าใช้ฟุ่มเฟือยจนมากเกินไป เหมือนกับคนที่ใช้ไม่เป็นแต่พยายามจะใช้ให้เป็นนั่นแหละ ซึ่งก็อาจจะทำให้คนอ่านมองบนได้

Be There

ถ้าอยากดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นล่ะก็ โซเชียลมีเดียถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ แต่แอพพลิเคชั่นไหนล่ะที่ควรโฟกัส ตามสถิติแล้ว 48% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีอายุระหว่าง 30-34 ปีใช้ Facebook เป็นประจำ ผิดกับเหล่าวัย 25-29 ปีที่จะใช้ Instagram มากกว่า เพราะฉะนั้นการทำ Research เกี่ยวกับตัวช่องทางการสื่อสารก็ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน พยายามเอาตัวเองไปอยู่ให้ถูกที่ก็จะช่วยได้

Conversation

เมื่อรู้แล้วว่ากลุ่มเป้าหมายอยู่ในช่องทางไหน เราก็สามารถที่จะเริ่มส่งข้อความไปหาพวกเขาเหล่านั้นได้เลย ถ้าเอาให้ดีไปกว่านั้นอย่าพยายามสื่อสารทางเดียว พยายามให้คนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับเราด้วย ไม่ว่าจะเป็น แคมเปญ กิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาเหล่านั้นสนใจในเรื่องอะไรบ้าง

Hire

การที่เราหาข้อมูลตามอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ก็เป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามการจ้างคนที่จะเข้าใจกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างแน่ชัดน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะการที่ได้รับฟังความคิดเห็นและความรู้สึกของคนในวัยนี้จริง ๆ น่าจะเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือและใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

Influencer

กลุ่มคนวัยนี้มักจะทำอะไรตามคนใกล้ตัวเสมอ เพื่อนบอกอะไรก็มักจะเชื่อเพื่อนมากกว่าเชื่อการโฆษณาผ่านสื่อทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการอ่านรีวิวตามโพสต์ของคนรู้จักก็มีส่วนช่วยในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เช่นกัน นอกจากนั้นยังดูน่าเชื่อถือมากกว่าอีกด้วย

Engagement

การสร้างกิจกรรมที่ทำให้คนเข้างานได้ร่วมเล่นหรือสร้างประสบการณ์ก็ถือว่าสำคัญ แต่ก่อนงานอีเว้นท์ส่วนมากจะเป็นการออกบูธของบริษัทต่าง ๆ ให้คนเดินดู พูดคุยเล็กน้อย แล้วก็ผ่านไป ซึ่งในความเป็นจริงการจัดให้ตัวงานเป็นในรูปแบบนี้นั้นจะทำให้คนเข้างานสนุกและประทับใจในการมาร่วมงานมากขึ้น

แหล่งที่มา : www.zipeventapp.com

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *