Event Trend 2022 ที่เหล่าออแกไนซ์ควรรู้

Event Trend 2022 ที่เหล่าออแกไนซ์ควรรู้

จากการระบาดของโควิดตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมานั้น ทำให้ธุรกิจหลากหลายประเภทต้องพบเจอกับปัญหาและวิกฤตต่าง ๆ ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาด และมาตรการควบคุมโควิดก็คือ ธุรกิจงานอีเว้นท์ (Event) ต้องงดจัดกิจกรรม เนื่องจากป้องกันการรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก เพื่อป้องกันการระบาด

ดังนั้นเหล่าผู้ประกอบการจึงต้องมองหาแนวทางรับมือกับการปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อให้สามารถนำพาธุรกิจดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางการแพร่ระบาดที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลง วันนี้เราจึงนำบทความของ คุณภาโรจน์ เด่นสกุล CEO และ Co-Founder ของ Zipevent และคุณวริศร เผ่าวนิช Managing Director ของ Techsauce  ได้มาร่วมแบ่งปันมุมมองเทรนด์การจัดอีเว้นท์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2022 ซึ่งมีดังต่อไปนี้

Hybrid Event ผสานออนไลน์ – ออฟไลน์ มาแรง

สำหรับทิศทางการจัดอีเว้นท์ในปี 2022 คาดว่างานต่าง ๆ จะเริ่มกลับมามีการจัดงานอีกครั้ง แต่รูปแบบของงานอาจจะไม่เป็นแบบออฟไลน์ 100% เหมือนแต่ก่อน แต่จะเป็นในรูปแบบ Virtual เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ หรือจัดในรูปแบบ Hybrid โดยเป็นการผสมผสานระหว่างการจัดงานแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพราะคนส่วนใหญ่ยังคงมีความต้องการพบปะกันภายในงานอีเว้นท์

และหากเกิดการระบาดของโควิดก็จะไม่ได้รับผลกระทบหนักเท่ากับการจัดงานในรูปแบบออฟไลน์ จึงอาจเป็นอีกทางเลือกของผู้จัดที่จะช่วยลดต้นทุนสำหรับแบกรับความเสี่ยง ทั้งยังเหมาะกับการจัดงานในบางประเภทที่ไม่ได้เน้นการสร้าง Networking และงานที่ไม่จำเป็นต้องเห็นตัวสินค้าจริง อย่างเช่นงานศึกษาต่อต่างประเทศ

ผู้จัดงานเข้าหาเทคโนโลยีเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้เข้าร่วมงาน

ผู้จัดงานจะมีการคิดค้นวิธีการที่ทำให้คนได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยอาจจะได้เห็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ อีกทั้งปัจจุบัน เห็นได้จากการเข้ามาของ 5G ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดจนสามารถนำมาใช้ในการจัดงานอีเว้นท์ได้

งานออฟไลน์มีการจัดในสเกลเล็กถึงกลาง เพื่อให้เกิดการสร้าง Networking

ในปีนี้เราอาจเริ่มเห็นการจัดงานแบบออฟไลน์มากขึ้นสำหรับงานที่ต้องมีการสร้าง Networking หรืองาน Business Matching แต่เทรนด์ยังคงเป็นงานขนาดเล็กถึงกลางที่สามารถจัดแบบออฟไลน์ และอาจมีมาตรการเพิ่มเติมสำหรับการจำกัดผู้เข้าร่วมงาน

ลดระยะเวลาเตรียมงาน

นอกจากนี้เรายังได้เห็นว่าผู้จัดงานมีการปรับตัวโดยลดระยะเวลาการเตรียมงานให้มีระยะเวลาที่สั้นลงในหลายอีเว้นท์ ตั้งแต่ขั้นตอนการโปรโมตงาน ไปจนถึงการขายบัตร เนื่องจากสามารถมองเห็นทิศทางของงานได้ง่ายกว่างานที่ใช้ระยะเวลานาน ซึ่งเป็นอีกเทรนด์ใหม่ที่ต่างจากเดิมเพื่อเป็นการปรับตัวลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนของโอกาสในการระบาดซ้ำของโควิด

Video Production ที่ยิ่งใหญ่ขึ้น

เนื่องจากปัจจุบันมีโปรแกรมที่ถูกพัฒนามาให้ตอบโจทย์การทำงาน ในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้ผู้จัดสามารถออกแบบให้ภาพงานออกมาสวยงามมากขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งวิธีการดึงดูดความสนใจของผู้ชม

ผู้ประกอบการปรับตัวอย่างไร ในวันที่สถานการณ์ยากจะคาดเดา

เน้นความยืดหยุ่น ลดระยะเวลาเตรียมงาน

การระบาดของโควิดต้องทำให้ธุรกิจอีเว้นท์หลายรายต้องเร่งหาแนวทางเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ หลายภาคส่วนต้องมีการปรับตัว และในฐานะผู้จัดควรมีแผนในการรับมือมากขึ้น ทั้งในกรณีที่มีการระบาดของโควิดก่อนช่วงจัดงาน หรือแม้แต่การระบาดที่เกิดจากการเข้าร่วมงาน ซึ่งผู้จัดควรมีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีแผนสำรอง และลดระยะเวลาการเตรียมงานให้สั้นลงโดยไม่ต้องเร่งผลิต Production ออกมาเหมือนช่วงก่อนโควิดเพื่อลดต้นทุนและลดงานที่ไม่จำเป็น

ออกแบบงานด้วย Design Thinking

นอกจากนี้ผู้จัดยังต้องทำความเข้าใจถึงข้อกังวลของผู้เข้าร่วม พร้อมมีความเข้าใจ Design Thinking เพื่อออกแบบงานตอบโจทย์ความต้องการของหรือความคาดหวังผู้เข้าร่วมที่เปลี่ยนแปลงไป และในส่วนของสถานที่จัดงานจะต้องคำนึงเทคโนโลยีและเครื่องมือที่สามารถตอบโจทย์รูปแบบการจัดงาน ซึ่งผู้จัดควรทราบถึงเทรนด์เปลี่ยนแปลงไป และสิ่งสำคัญคือต้องไม่หยุดศึกษา เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับรูปแบบของงาน

ใช้เครื่องมือที่ดี ช่วยยกระดับการจัดงาน

แน่นอนว่าการมีเครื่องมือที่ดีจะช่วยให้สามารถบริหารจัดการอีเว้นท์ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการจัดการหลังบ้าน อย่างเช่น การดูแลเว็บไซต์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้จัดควรพิจารณาว่าจะสร้างความแข็งแกร่งในจุดนี้ได้อย่างไร โดยควรมีเครื่องมือที่จะเข้ามาทำช่วยทำให้งานหลังบ้านสามารถปรับแก้ได้อย่างคล่องตัว

แหล่งที่มา : techsauce.co

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *